มือชาเหมือนกัน แต่โรคต่างกัน! แยกให้ออกระหว่าง "พังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือ" กับ "เส้นประสาทถูกกดทับที่ข้อศอก"

มือชาเหมือนกัน แต่โรคต่างกัน! แยกให้ออกระหว่าง "พังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือ" กับ "เส้นประสาทถูกกดทับที่ข้อศอก"
หลายครั้งที่คนไข้เดินเข้ามาในห้องตรวจด้วยอาการ "มือชา" และมักจะเหมาถรวมว่าตัวเองเป็นโรคยอดฮิตอย่าง "พังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือ" แต่พอหมอตรวจดูจริงๆ กลับพบว่าเป็นอีกโรคหนึ่งที่ชื่อคล้ายกันแต่อยู่คนละตำแหน่ง นั่นคือ "เส้นประสาทถูกกดทับที่ข้อศอก" วันนี้หมอจะมาไขข้อข้องใจว่า 2 โรคนี้ต่างกันอย่างไร เพื่อให้ทุกคนสังเกตตัวเองได้ถูกต้องครับ
"หมอคะ ป้ามือชามากเลย สงสัยจะเป็นพังผืดที่ข้อมือแบบที่เขาว่าเป็นแน่ๆ เลย กินยาแก้ปวดก็ไม่หาย ชาจนรำคาญ หยิบจับอะไรก็ไม่ถนัดเลยค่ะ"
พอหมอถามคุณป้าว่า "ชาที่นิ้วไหนบ้างครับ?" คุณป้าตอบว่า "ส่วนใหญ่ชาที่นิ้วก้อยกับนิ้วนางค่ะหมอ"
คำตอบนี้ทำให้หมอรู้ทันทีว่า คุณป้าอาจจะไม่ได้เป็นโรคพังผืดที่ข้อมืออย่างที่เข้าใจ แต่น่าจะเป็นปัญหามาจาก "ข้อศอก" มากกว่าครับ
ความจริงเรื่องเส้นประสาท
ให้จินตนาการว่าแขนของเรามี "สายไฟ" ใหญ่ๆ วิ่งลงมาเพื่อส่งกระแสไฟฟ้าให้มือขยับและรับความรู้สึก ซึ่งสายไฟหลักๆ ที่มักมีปัญหาจะมี 2 เส้น คือ
เส้นประสาทมีเดียน (Median Nerve): วิ่งผ่านข้อมือ ไปเลี้ยงนิ้วโป้ง ชี้ กลาง
เส้นประสาทอัลนา (Ulnar Nerve): วิ่งผ่านข้อศอก ไปเลี้ยงนิ้วนาง และนิ้วก้อย
อาการชาจึงขึ้นอยู่กับว่า "สายไฟเส้นไหนถูกทับ" และ "ถูกทับที่ตรงไหน" ครับ
1. อาการต่างกันที่ "นิ้วที่ชา"
นี่คือจุดสังเกตที่ง่ายที่สุดครับ:
- พังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือ (Carpal Tunnel Syndrome):
- จะชาที่ นิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนางครึ่งซีก (ด้านที่ติดกับนิ้วกลาง)
- มักมีอาการปวดร้าวขึ้นไปที่แขนได้
- อาการมักแย่ลงตอนกลางคืน หรือตื่นมาสะบัดมือตอนเช้า
- ถ้าเป็นนานๆ โคนนิ้วโป้งจะลีบ ทำให้หยิบของชิ้นใหญ่ๆ ลำบาก
- เส้นประสาทถูกกดทับที่ข้อศอก (Cubital Tunnel Syndrome):
- จะชาที่ นิ้วก้อย และนิ้วนาง (โดยเฉพาะนิ้วนางซีกที่ติดกับนิ้วก้อย)
- อาการมักสัมพันธ์กับการงอข้อศอกนานๆ เช่น คุยโทรศัพท์ หรือนอนหนุนแขน
- ถ้าเป็นนานๆ กล้ามเนื้อระหว่างนิ้วมือและโคนนิ้วก้อยจะลีบ และอาจมีนิ้วหงิกงอ (Claw Hand)
- มักมีประวัติชอบนั่งเท้าคาง หรือเอาศอกวางบนโต๊ะแข็งๆ
2. สาเหตุและจุดกดทับต่างกัน
- ที่ข้อมือ (Carpal Tunnel): เกิดจากพังผืดที่ข้อมือหนาตัวขึ้นไปกดทับเส้นประสาท มักเกิดจากการใช้ข้อมือซ้ำๆ ในท่าเดิมนานๆ เช่น พิมพ์คอมพิวเตอร์ ทำงานบ้าน งานเย็บปักถักร้อย หรือในคนที่มีโรคประจำตัวอย่างเบาหวาน ไทรอยด์ หรือคนท้อง
- ที่ข้อศอก (Cubital Tunnel): เกิดจากเส้นประสาทถูกดึงรั้งหรือกดทับบริเวณร่องกระดูกข้อศอก (ปุ่มกระดูกตลก) มักเกิดจากการงอศอกนานๆ การนอนทับแขน หรือการกระแทกบ่อยๆ
3. การตรวจร่างกายเบื้องต้น
- ตรวจข้อมือ: หมอจะให้ลองหักข้อมือลงเข้าหากัน (Phalen's test) ถ้ารู้สึกชาจี๊ดไปที่นิ้วโป้ง-ชี้-กลาง ภายใน 1 นาที แสดงว่าน่าจะเป็นที่ข้อมือ
- ตรวจข้อศอก: หมอจะให้ลองงอศอกค้างไว้เต็มที่ หรือเคาะเบาๆ ที่ร่องข้อศอก (Tinel's sign) ถ้ามีไฟช็อตวิ่งลงไปที่นิ้วก้อย แสดงว่าปัญหาอยู่ที่ข้อศอก
การรักษา: เหมือนและต่างกันอย่างไร?
ถึงแม้อาการจะคล้ายกัน แต่การดูแลตัวเองต่างกันคนละจุดครับ
- ถ้าเป็นที่ข้อมือ: ต้องพักการใช้ข้อมือ ปรับท่านั่งทำงานให้ข้อมือตรง ใส่เฝือกอ่อนพยุงข้อมือ (Wrist Splint) ตอนนอน เพื่อไม่ให้ข้อมือพับ
- ถ้าเป็นที่ข้อศอก: ต้องหลีกเลี่ยงการงอศอกเกิน 90 องศานานๆ ห้ามเท้าคาง หาผ้านุ่มๆ รองศอกเวลาทำงาน และอาจต้องใส่ปลอกสวมข้อศอก หรือใช้ผ้าขนหนูพันกันไม่ให้งอศอกตอนนอน
เมื่อไหร่ต้องผ่าตัด?
ทั้งสองโรคนี้มีแนวทางการรักษาคล้ายกันคือ เริ่มจากกินยา กายภาพบำบัด และปรับพฤติกรรม แต่ถ้าอาการไม่ดีขึ้น เริ่มมีกล้ามเนื้อลีบ หรือตรวจไฟฟ้ากล้ามเนื้อแล้วพบว่าเส้นประสาทเสียหายมาก หมออาจพิจารณาผ่าตัดเพื่อคลายจุดกดทับครับ ซึ่งปัจจุบันแผลผ่าตัดเล็กและฟื้นตัวได้ไวมาก
หมออยากฝากว่า อาการมือชาไม่ใช่เรื่องเล็กและไม่ใช่โรคเดียวกันทั้งหมด การสังเกตตัวเองให้ถูกจุดว่า "ชาที่นิ้วไหน" จะช่วยให้คุณหมอวินิจฉัยได้แม่นยำและรักษาได้ตรงจุดที่สุดครับ หากไม่แน่ใจ แนะนำให้รีบมาตรวจ เพราะเส้นประสาทถ้าทิ้งไว้นาน การฟื้นฟูจะยากขึ้นครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng
#มือชา #พังผืดทับเส้นประสาท #เส้นประสาทถูกกดทับที่ข้อศอก #นิ้วชา #ปวดข้อมือ #ชานิ้วก้อย #หมอเก่งกระดูกและข้อ #คลินิกกระดูกและข้อ #สาระสุขภาพ
Comments
Post a Comment