มือชา... รักษาที่มือเท่าไหร่ก็ไม่หาย หรือต้นตออยู่ที่ "คอ" กันแน่?
มือชา... รักษาที่มือเท่าไหร่ก็ไม่หาย หรือต้นตออยู่ที่ "คอ" กันแน่?
เคยไหมครับ? รักษาอาการมือชามาตั้งนาน กินยาวิตามินก็แล้ว ใส่เฝือกอ่อนที่ข้อมือก็แล้ว นวดคลายเส้นจนระบมไปทั้งแขน แต่อาการชาก็ยังกวนใจไม่เลิก
บางคนเริ่มท้อใจ คิดว่าเป็นโรคเวรโรคกรรม หรือคิดว่าตัวเองคงแก่แล้วรักษาไม่หาย
แต่ช้าก่อนครับ... บางทีเราอาจจะกำลังแก้ปัญหาผิดจุดอยู่ก็ได้
วันนี้หมออยากชวนทุกคนมาทำความเข้าใจเรื่องเส้นผมบังภูเขา ที่คนไข้หลายคนตกม้าตายกันมานักต่อนัก นั่นคืออาการ "มือชา ที่ไม่ได้เกิดจากมือ" แต่ต้นตอจริงๆ มันมาจาก "กระดูกคอ" ครับ
เรื่องเล่าจากห้องตรวจ: "นวดแขนมา 3 เดือน แต่เจอดีที่คอ"
มีคุณอาท่านหนึ่ง อายุ 60 ปี เข้ามาหาหมอด้วยอาการชานิ้วชี้กับนิ้วกลาง ชาจนหยิบช้อนกินข้าวลำบาก แกเล่าให้หมอฟังว่า
"หมอครับ ลุงไปนวดแก้อาการมา 3 เดือนแล้ว หมอนวดบอกว่าเส้นที่แขนมันตึงมาก รีดเส้นจนแขนเขียวช้ำไปหมด มันก็เบาขึ้นแค่วันเดียวนะ พอตื่นมาก็ชาเหมือนเดิม บางทีนั่งดูทีวีอยู่ดีๆ ก็มีไฟช็อตแปร๊บลงไปที่นิ้ว ลุงกลัวจะเป็นอัมพฤกษ์ครับ"
พอหมอซักประวัติเพิ่มอีกนิด ได้ความว่าคุณลุงชอบนอนหนุนหมอนสูงๆ ดูทีวี และเวลาก้มหน้าอ่านหนังสือพิมพ์นานๆ จะรู้สึกปวดตึงที่ท้ายทอย
หมอเลยลองจับคุณลุงตรวจร่างกายที่คอ ให้ลองเอียงคอและกดเบาๆ ปรากฏว่าคุณลุงร้อง "จ๊าก!" แล้วบอกว่า "ไฟมันวิ่งลงไปที่นิ้วเลยหมอ!"
นี่แหละครับ คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่บอกว่า ปัญหาของคุณลุงไม่ได้อยู่ที่แขน แต่อยู่ที่ "กระดูกคอเสื่อมทับเส้นประสาท" ต่างหากครับ
.
.
ไขความลับ: ระบบไฟฟ้าในร่างกาย
เพื่อให้เข้าใจง่ายที่สุด ให้ลองจินตนาการว่าร่างกายเราเหมือน "บ้าน" ครับ
- สมอง คือ โรงงานผลิตไฟฟ้า
- กระดูกคอ คือ เสาไฟฟ้าต้นใหญ่หน้าบ้าน ที่มีหม้อแปลงหลักติดตั้งอยู่
- เส้นประสาทที่แขน คือ สายไฟที่เดินจากเสาไฟ เข้ามาในตัวบ้าน
- มือและนิ้ว คือ หลอดไฟ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าปลายทาง
ถ้าหลอดไฟที่บ้าน (มือ) ติดๆ ดับๆ หรือไฟไม่เข้า สาเหตุมันเกิดได้จาก 2 จุดหลักๆ คือ
- สายไฟขาดในหรือโดนทับ: เช่น พังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือ (เหมือนสายไฟโดนตู้ทับ)
- หม้อแปลงที่เสาไฟฟ้าเสีย: คือ กระดูกคอเสื่อม หรือหมอนรองกระดูกเคลื่อนไปทับเส้นประสาทที่ต้นทาง
อาการแสดงออกมาที่ "มือ" เหมือนกัน แต่ต้นตอคนละเรื่อง และการรักษาก็คนละทางเลยครับ
.
.
เช็กลิสต์: มือชาแบบไหน เป็นที่ "คอ" หรือที่ "แขน"?
แม้ว่าอาการจะคล้ายกัน แต่ถ้าสังเกตดีๆ จะมีจุดต่างที่พอให้เราแยกแยะเบื้องต้นได้ครับ
แบบที่ 1: ชาจาก "ข้อมือ/แขน" (สายไฟโดนทับระหว่างทาง)
- อาการ: มักจะชาหนาๆ ตื้อๆ เหมือนใส่ถุงมือ หรือรู้สึกเหมือนมดไต่
- เวลาที่เป็น: มักเป็นตอนกลางคืน หรือตื่นนอนตอนเช้า ต้องสะบัดมือถึงจะดีขึ้น
- การใช้งาน: เป็นมากเวลาใช้มือเยอะๆ เช่น ขี่มอเตอร์ไซค์ จับโทรศัพท์ ซักผ้า
- ตำแหน่ง: มักชาที่นิ้วโป้ง ชี้ กลาง (ถ้าเป็นพังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือ) หรือชาที่นิ้วก้อย (ถ้าเป็นที่ข้อศอก)
- ความรู้สึก: ส่วนใหญ่จะชาที่มืออย่างเดียว ไม่ค่อยปวดร้าวขึ้นไปถึงคอ
แบบที่ 2: ชาจาก "กระดูกคอ" (หม้อแปลงต้นทางมีปัญหา)
- อาการ: มักจะมีอาการ "ปวดร้าว" ร่วมด้วย เหมือนไฟช็อตวิ่งจี๊ดจากคอ ไหล่ ลงไปที่แขนและปลายนิ้ว
- ท่าทางกระตุ้น: อาการจะเป็นมากเวลาขยับคอ เช่น หันหน้าเร็วๆ เงยหน้าสุด หรือก้มหน้าเล่นมือถือนานๆ
- ตำแหน่ง: อาจชาได้ทุกนิ้ว ขึ้นอยู่กับว่ากระดูกคอข้อไหนไปทับเส้นประสาทเส้นไหน (เช่น ข้อที่ 6 ทับจะชาโป้ง-ชี้, ข้อที่ 7 ทับจะชานิ้วกลาง)
- อาการร่วม: มักมีอาการปวดตึงคอ บ่า ไหล่ หรือสะบักร่วมด้วย บางคนอาจมีอาการปวดหัวตื้อๆ
- ความรุนแรง: ถ้าเป็นมาก อาจมีอาการขาอ่อนแรง หรือการทรงตัวไม่ดีร่วมด้วย (อันนี้อันตรายครับ)
.
.
ทำไมอยู่ดีๆ กระดูกคอถึงไปทับเส้นประสาท?
หลายคนคิดว่าต้องเกิดอุบัติเหตุเท่านั้นถึงจะเป็น แต่ความจริงแล้ว สาเหตุอันดับหนึ่งคือ "ความเสื่อมตามวัยและพฤติกรรม" ครับ
- อายุ: เมื่อเราอายุมากขึ้น หมอนรองกระดูกที่เคยยืดหยุ่นเหมือนเจลลี่ จะเริ่มแห้งและแข็ง พอกระดูกสันหลังรับน้ำหนักมากๆ ร่างกายจะสร้าง "หินปูน" (กระดูกงอก) ขึ้นมาพยุง ซึ่งเจ้าหินปูนนี่แหละครับ ที่มักจะยื่นไปทับเส้นประสาท
- พฤติกรรม (สังคมก้มหน้า): ข้อนี้สำคัญมากในยุคปัจจุบัน การก้มดูมือถือนานๆ ทำให้คอต้องรับน้ำหนักศีรษะเพิ่มขึ้น 3-5 เท่า! ลองคิดดูว่าคอเราต้องแบกเด็กตัวเล็กๆ ไว้บนบ่าตลอดเวลา หมอนรองกระดูกจะไม่พังได้ยังไงไหวครับ
- การนอน: หนุนหมอนสูงเกินไป หรือนอนโซฟาจนคอพับคออ่อน ทำให้กระดูกคออยู่ในท่าที่ผิดธรรมชาติตลอดคืน
หมอมีวิธีตรวจแยกโรคยังไง?
เมื่อมาถึงมือหมอ เรามีขั้นตอนการสืบสวนหาผู้ร้ายตัวจริงครับ
- ตรวจร่างกายทางระบบประสาท: หมอจะเช็คแรงบีบมือ แรงกระดกข้อมือ และเช็คการรับความรู้สึกเทียบกันสองข้าง รวมถึงทำท่าพิเศษเพื่อกระตุ้นอาการ (เช่น ให้เอียงคอแล้วกดหัวเบาๆ)
- เอกซเรย์ (X-ray) กระดูกคอ: เพื่อดูโครงสร้างกระดูก ดูความแคบของช่องว่างระหว่างกระดูก และดูหินปูนที่เกาะ
- เอ็มอาร์ไอ (MRI): อันนี้ชัดที่สุดครับ จะเห็นเลยว่าหมอนรองกระดูกปลิ้นออกมาทับเส้นประสาทไหม หรือเส้นประสาทโดนเบียดตรงไหน เหมาะสำหรับคนที่อาการรุนแรงหรือรักษาเบื้องต้นแล้วไม่ดีขึ้น
- การตรวจไฟฟ้ากล้ามเนื้อ (EMG/NCS): เป็นการวัดกระแสไฟในเส้นประสาท เพื่อดูว่าไฟเดินสะดุดที่จุดไหน (ที่คอ หรือ ที่ข้อมือ) เป็นตัวช่วยตัดสินใจที่ดีมากครับ
แนวทางการรักษา: เป็นที่ "คอ" ต้องผ่าตัดเลยไหม?
คนไข้ร้อยละ 90 กลัวคำว่า "ผ่าตัดคอ" มากครับ แต่หมอขอยืนยันว่า "ส่วนใหญ่รักษาหายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด" ครับ
1. การรักษาด้วยยา หมอจะให้ยาลดการอักเสบของเส้นประสาท ยาคลายกล้ามเนื้อ และวิตามินบำรุงปลายประสาท เพื่อลดอาการปวดและชา
2. กายภาพบำบัด (สำคัญมาก) การดึงคอ (Traction) ช่วยขยายช่องว่างระหว่างกระดูก ลดแรงกดทับเส้นประสาทได้ดีมาก ร่วมกับการใช้ความร้อนหรืออัลตราซาวด์ลดปวด
3. การปรับพฤติกรรม ต้องเลิกก้มหน้าเล่นมือถือนานๆ ปรับจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ระดับสายตา และเลือกหมอนหนุนนอนที่รองรับส่วนโค้งของคอพอดี ไม่สูงหรือต่ำเกินไป
4. การฉีดยา ในบางรายที่ปวดมาก อาจฉีดยาสเตียรอยด์เข้าโพรงประสาทคอ เพื่อลดการอักเสบเฉพาะจุด (ทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น)
5. การผ่าตัด จะทำก็ต่อเมื่อ...
- รักษาทุกวิธีแล้วอาการไม่ดีขึ้นเกิน 3-6 เดือน
- มีอาการอ่อนแรงชัดเจน เช่น ยกแขนไม่ขึ้น ขาอ่อนแรง เดินเซ
- กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้ (อันนี้เป็นภาวะฉุกเฉิน)
เทคโนโลยีผ่าตัดสมัยนี้มีทั้งการ ผ่าตัดส่องกล้อง หรือ การเปลี่ยนหมอนรองกระดูกเทียม ซึ่งแผลเล็ก ฟื้นตัวไว และปลอดภัยกว่าสมัยก่อนมากครับ
บทส่งท้าย: อย่ารักษาผิดที่ เกาให้ถูกที่คัน
อาการ "มือชา" อาจดูเป็นเรื่องเล็ก แต่เป็นสัญญาณเตือนที่ร่างกายพยายามสื่อสารกับเราครับ การที่เรารู้เท่าทันว่าสาเหตุมาจาก "คอ" หรือ "แขน" จะช่วยให้เราวางแผนการรักษาได้ถูกต้อง ไม่เสียเวลาและไม่เสียเงินฟรี
ถ้าคุณดูแลตัวเองเบื้องต้น ปรับท่าทาง ยืดเหยียดกล้ามเนื้อแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรือมีอาการ "ไฟช็อต" ร้าวลงแขน หมอแนะนำให้รีบมาตรวจเถอะครับ
เพราะเส้นประสาทเป็นอวัยวะที่บอบบางและซ่อมแซมยาก การรักษาตั้งแต่เนิ่นๆ คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้เรากลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข โดยไม่ต้องทนชาไปตลอดชีวิตครับ
สรุป
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng
#มือชา #กระดูกคอเสื่อม #ปวดคอร้าวลงแขน #หมอนรองกระดูกทับเส้น #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ชามือ #กายภาพบำบัด #ผ่าตัดกระดูกคอ #สังคมก้มหน้า #ออฟฟิศซินโดรม
Comments
Post a Comment