อาการชาปลายนิ้วมือ เป็นได้ทั้งกระดูกคอทับเส้น และพังผืดทับเส้นที่ข้อมือ จะแยกกันอย่างไร?
ชาปลายนิ้วมือ... เป็นที่ "คอ" หรือ "ข้อมือ" กันแน่? วิธีแยกโรคให้ชัวร์ก่อนรักษาผิดจุด
"หมอคะ หนูไปดึงคอมาเป็นเดือน อาการชาที่มือไม่หายสักที แถมปวดระบมไปหมด สรุปหนูเป็นกระดูกคอเสื่อมจริงหรือเปล่า?"
คำถามนี้มาจาก "คุณนิด" (นามสมมติ) สาวบัญชีวัย 45 ปี ที่หอบหิ้วความเจ็บปวดและฟิล์มเอกซเรย์ปึกใหญ่มาหาหมอ เธอเล่าว่าเริ่มจากมีอาการชาที่นิ้วโป้งกับนิ้วชี้ ไปหาหมอนวดก็บอกว่า "เส้นประธานที่คอจม" เลยไปเน้นนวดคอ ดึงคอ จนระบม แต่ไหงอาการชาที่มือกลับรุนแรงขึ้น แถมตื่นมากลางดึกเพราะมือชาจนขยับไม่ได้?
หมอได้ฟังปุ๊บ ก็เอะใจปั๊บ... ลองให้คุณนิดทำท่างอข้อมือค้างไว้ 1 นาที (Phalen's test) ปรากฏว่าเธอร้องจ๊าก เพราะมันชาจี๊ดไปที่ปลายนิ้วทันที
ความจริงก็คือ... คุณนิดไม่ได้ป่วยที่คอครับ แต่เป็น "พังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือ" ต่างหาก
เรื่องนี้เป็นความเข้าใจผิดระดับชาติครับ เพราะอาการ "ชา" เหมือนกัน แต่ "ต้นตอ" คนละทิศคนละทาง ถ้ารักษาผิดจุด ก็เหมือนเกาไม่ถูกที่คัน เกาจนเลือดซิบก็ไม่หาย วันนี้หมอเก่งจะมาสอนวิธีแยก 2 โรคนี้แบบง่ายๆ ให้คุณเช็คตัวเองได้ทันทีครับ
รู้จัก "คู่กรณี" ทั้งสอง
เพื่อให้เห็นภาพ หมอขอเปรียบเทียบ "เส้นประสาท" เหมือน "สายไฟ" ที่ลากยาวตั้งแต่โรงไฟฟ้า (คอ) ลงมาตามแขน จนถึงหลอดไฟที่ปลายทาง (นิ้วมือ)
กระดูกคอทับเส้นประสาท (Cervical Radiculopathy):
จุดเกิดเหตุ: โรงไฟฟ้าหรือหม้อแปลงใหญ่ที่ "ต้นคอ"
สาเหตุ: หมอนรองกระดูกเสื่อม, กระดูกงอกไปเบียดสายไฟตั้งแต่ต้นทาง
พังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือ (Carpal Tunnel Syndrome - CTS):
จุดเกิดเหตุ: ท่อร้อยสายไฟที่ "ข้อมือ" แคบลง
สาเหตุ: ใช้งานมือหนัก พิมพ์คอมฯ นานๆ เย็บผ้า หรือพังผืดหนาตัวจนไปบีบสายไฟตรงข้อมือ
3 จุดสังเกต: แยกให้ขาด ว่า "คอ" หรือ "ข้อมือ"
แม้หมอจะต้องใช้เครื่องมือตรวจเพื่อยืนยัน แต่คุณสามารถสังเกตตัวเองเบื้องต้นได้จาก 3 ข้อนี้ครับ:
1. "ชา" นิ้วไหน? (Location)
ถ้าเป็นที่ "ข้อมือ" (CTS):
มักจะชาที่ "นิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนางครึ่งซีก" (3 นิ้วครึ่ง)
จุดสังเกต: นิ้วก้อยมักจะไม่ชา! เพราะเส้นประสาทที่ลอดผ่านข้อมือไม่ได้เลี้ยงนิ้วก้อยครับ
อาการเด่น: รู้สึกหนาๆ เหมือนใส่ถุงมือ หรือเหมือนมีหนามตำที่ปลายนิ้ว
ถ้าเป็นที่ "คอ" (Neck):
อาการชามักจะ "วิ่งเป็นเส้น"
เริ่มร้าวจากคอ ลงมาไหล่ ลงมาแขน แล้วค่อยไปจบที่นิ้วมือ
นิ้วที่ชาจะขึ้นอยู่กับว่ากระดูกข้อไหนทับ (เช่น ถ้าทับข้อ C6 จะชาโป้ง-ชี้, ถ้าทับ C8 จะชาที่นิ้วก้อย) ซึ่งต่างจากข้อมือที่มักไม่ค่อยชาลามมาถึงแขนท่อนบน
2. ท่าไหนทำแล้ว "เจ็บ/ชา" มากขึ้น? (Provocative Factor)
นี่คือแบบทดสอบที่คุณทำเองได้เดี๋ยวนี้เลยครับ:
เช็คข้อมือ: ลอง "พับข้อมือ 2 ข้างเข้าหากัน" (หลังมือชนกัน นิ้วชี้ลงพื้น) ค้างไว้ 60 วินาที
ผลลัพธ์: ถ้าทำแล้ว "ชาจี๊ด" ที่นิ้วโป้ง-ชี้-กลาง มากขึ้น = สงสัยพังผืดข้อมือ (CTS)
อาการกลางคืน: คนที่เป็นโรคนี้ มักจะ "สะดุ้งตื่นกลางดึกมาสะบัดมือ" เพราะเลือดเดินไม่สะดวก
เช็คคอ: ลอง "เอียงคอไปข้างที่ปวด แล้วเงยหน้าขึ้นนิดๆ" (กดหัวลงเบาๆ ได้)
ผลลัพธ์: ถ้าทำแล้วมีอาการ "ไฟช็อต" วิ่งจากคอร้าวลงไปที่แขนหรือมือ = สงสัยกระดูกคอทับเส้น
3. อาการร่วมอื่นๆ
ข้อมือ: ถ้าเป็นนานๆ "กล้ามเนื้อโคนนิ้วโป้งจะลีบ" ทำให้หยิบของเล็กๆ ยาก ติดกระดุมลำบาก
คอ: มักจะมีอาการ "ปวดตึงคอ บ่า ไหล่" ร่วมด้วย หรือหันคอแล้วเจ็บ บางคนอาจมีการทรงตัวไม่ดี (ถ้ากดทับไขสันหลัง)
การตรวจวินิจฉัยที่แม่นยำ (Investigation)
ถ้าตรวจร่างกายแล้วยังก้ำกึ่ง หมอจะมีตัวช่วยตัดสินครับ:
เอกซเรย์ (X-ray): ดูโครงสร้างกระดูกคอว่าเสื่อมไหม
ตรวจไฟฟ้ากล้ามเนื้อ (EMG/NCS): อันนี้คือ "Gold Standard" หรือมาตรฐานทองคำ มันคือการปล่อยกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ เพื่อเช็คว่า "สายไฟขาดช่วงไหน" ถ้าสัญญาณช้าที่ข้อมือ ก็ฟันธงได้เลยว่าเป็น CTS ไม่เกี่ยวกับคอ
อัลตราซาวด์ (Ultrasound): ดูเส้นประสาทที่ข้อมือว่าบวมเป่งหรือไม่
แนวทางการรักษา (ต่างกันคนละขั้ว)
ถ้าเป็นที่ "ข้อมือ" (CTS):
พักการใช้มือ: ลดการพิมพ์งาน ลดแรงสั่นสะเทือน
ใส่เฝือกอ่อน (Splint): ดามข้อมือตอนนอน เพื่อไม่ให้เผลอพับข้อมือ
ฉีดยา/กินยา: ลดการอักเสบ
ผ่าตัด: "ผ่าตัดเลาะพังผืด" (Carpal Tunnel Release) เป็นการผ่าตัดเล็ก แผลนิดเดียว (1-2 ซม.) หายขาดได้ทันทีถ้าเป็นสาเหตุหลัก
ถ้าเป็นที่ "คอ" (Neck):
กายภาพบำบัด: ดึงคอ, อบอุ่นลึก, ปรับท่านั่ง
ยา: ยาแก้ปวดปลายประสาท, ยาลดอักเสบ
ผ่าตัด: จะทำก็ต่อเมื่อกดทับรุนแรงจนอ่อนแรง หรือเดินเซ (เป็นเรื่องใหญ่กว่าข้อมือมาก)
กรณีพิเศษ: เป็นทั้งคู่! (Double Crush Syndrome) มีคนไข้ประมาณ 15-20% ที่โชคร้าย คือ "คอก็เสื่อม ข้อมือก็ตัน" ทำให้เส้นประสาทถูกบีบ 2 จุด กรณีนี้การรักษาต้องทำควบคู่กันไป และอาจต้องใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่าปกติครับ
สรุป
อาการ "ชา" อย่าชะล่าใจ และ "อย่าเดาเอง" ครับ
ชาแค่ที่มือ (โป้ง-ชี้-กลาง) ตื่นมาสะบัดมือ = สงสัยข้อมือ
ชาวิ่งจากคอลงแขน เอียงคอแล้วจี๊ด = สงสัยกระดูกคอ
การรักษาที่ตรงจุด จะช่วยให้คุณหายทรมานและไม่ต้องเจ็บตัวฟรี หากคุณมีอาการเหล่านี้ ลองสังเกตตามวิธีที่หมอบอก แล้วรีบมาปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเพื่อยืนยันผลนะครับ
"มือชา แก้ให้ถูกจุด หายไว ไม่ต้องทนรำคาญครับ"
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#มือชา #นิ้วล็อค #พังผืดทับเส้นประสาท #กระดูกคอทับเส้น #CarpalTunnel #ชาปลายนิ้ว #หมอเก่งกระดูกและข้อ #แยกโรคปวด
References (เอกสารอ้างอิง)
American Academy of Orthopaedic Surgeons (AAOS). Management of Carpal Tunnel Syndrome Evidence-Based Clinical Practice Guideline. 2016.
(แนวทางเวชปฏิบัติมาตรฐานในการวินิจฉัยและรักษาโรคพังผืดทับเส้นประสาทที่ข้อมือ โดยเน้นการแยกโรคจากอาการทางคลินิกและการตรวจไฟฟ้าวินิจฉัย)
Iyer S, Kim HJ. Cervical radiculopathy. Curr Rev Musculoskelet Med. 2016;9(3):272-280.
(บทความทบทวนความรู้เรื่องโรครากประสาทคอ ระบุลักษณะอาการปวดร้าวและการชาตามแนวเส้นประสาท (Dermatome) ซึ่งช่วยแยกจากโรคที่เส้นประสาทส่วนปลาย)
Schmid AB, et al. The duality of neuromusculoskeletal pain: mechanisms and implications for physical therapy management. Man Ther. 2013.
(อธิบายกลไกการปวดและการแยกโรคระหว่าง Central sensitization (จากคอ/ไขสันหลัง) และ Peripheral entrapment (จากข้อมือ))
Kane PM, et al. The Double Crush Syndrome. J Am Acad Orthop Surg. 2015.
(ข้อมูลเกี่ยวกับภาวะ Double Crush Syndrome ที่มีการกดทับเส้นประสาททั้งที่คอและข้อมือพร้อมกัน ซึ่งต้องระวังในการวินิจฉัย)
Comments
Post a Comment