มือชา จะแยกได้อย่างไร ระหว่าง "หมอนรองกระดูกคอเสื่อมกดทับเส้นประสาท" กับ "พังผืดกดทับเส้นประสาทที่ข้อมือ" และเมื่อเป็นทั้งสองอย่างพร้อมกัน

 



"มือชา" ไม่ใช่อาการเดียวกันทุกคน

บางคนชาเฉพาะนิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลาง ตื่นกลางดึกเพราะชาจนต้องสะบัดมือ บางคนชาทั้งแขน ลามจากคอลงไหล่ บางทีก็ปวดร้าวลงต้นแขน และบางคน เป็นทั้งสองอย่างพร้อมกัน

ปัญหาคือ อาการชาทั้งสามแบบนี้ ดูคล้ายกันมากจนคนไข้แยกไม่ออก และบางครั้ง แม้แต่หมอเองยังต้องใช้การตรวจร่างกายและเครื่องมือพิเศษเพื่อแยก

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ?

เพราะถ้าวินิจฉัยผิด ผ่าตัดข้อมือแล้วยังชาอยู่ หรือไปทำคอแล้วอาการไม่ดีขึ้น ทั้งที่จริงๆ ปัญหามาจากอีกที่หนึ่ง หรือเป็นทั้งสองที่พร้อมกัน

วันนี้หมอเก่งจะมาเล่าให้ฟังครับ ว่ามือชาจากหมอนรองกระดูกคอเสื่อม กับมือชาจากพังผืดกดทับเส้นประสาทที่ข้อมือ มีจุดแยกอย่างไร และถ้าใครสงสัยว่าตัวเองเป็นทั้งสองอย่างพร้อมกัน ต้องทำอย่างไรต่อ

อ่านจบแล้วลองสำรวจตัวเอง หรือคนใกล้ตัวที่บ่นเรื่องมือชา เพราะการวินิจฉัยที่ถูกต้องตั้งแต่แรก คือจุดเริ่มต้นของการรักษาที่ได้ผล

―――――――――――――――――――――――――――――――――

มือชา จะแยกได้อย่างไร ระหว่าง "หมอนรองกระดูกคอเสื่อมกดทับเส้นประสาท" กับ "พังผืดกดทับเส้นประสาทที่ข้อมือ" และเมื่อเป็นทั้งสองอย่างพร้อมกัน

―――――――――――――――――――――――――――――――――

เคสจริงที่เจอบ่อยในคลินิก

คุณสมศรี อายุ 52 ปี ทำงานบัญชี นั่งหน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวัน มาหาหมอเก่งด้วยอาการมือชาทั้งสองข้างมา 6 เดือน เริ่มจากตื่นกลางดึกเพราะมือชาจนต้องสะบัด พอตอนหลังเริ่มชาตอนขับรถ และล่าสุดเริ่มถือของเล็กๆ เช่น เหรียญ กระดุม ไม่ค่อยถนัด

สิ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียด พบว่าคุณสมศรีมีปัญหา "สองชั้น" คือมีทั้งพังผืดกดทับเส้นประสาทที่ข้อมือ (Carpal Tunnel Syndrome) และมีหมอนรองกระดูกคอเสื่อมระดับ C6-C7 กดทับเส้นประสาทรากด้วย ภาวะที่เส้นประสาทเดียวกันถูกกดทับสองตำแหน่งแบบนี้ ทางการแพทย์เรียกว่า "Double Crush Syndrome" [1]

กรณีแบบนี้ ถ้าหมอผ่าตัดเฉพาะข้อมือ คนไข้จะดีขึ้นเพียงครึ่งเดียว เพราะเส้นประสาทยังถูกกดที่คออยู่ ในทางกลับกัน ถ้าทำเฉพาะที่คอ มือก็จะยังชาอยู่

―――――――――――――――――――――――――――――――――

ทำความเข้าใจ "เส้นประสาท" แบบง่ายๆ

ลองนึกภาพเส้นประสาทเหมือน "สายไฟ" ที่วิ่งจากสมอง ผ่านคอ ลงมาที่ไหล่ ผ่านต้นแขน ข้อศอก ปลายแขน จนถึงปลายนิ้วมือ ระหว่างทางจะมีจุดแคบหลายจุดที่เส้นประสาทอาจถูกบีบหรือกดทับได้

จุดที่พบบ่อยที่สุดสองจุดคือ

• ที่คอ — เมื่อหมอนรองกระดูกคอเสื่อม กระดูกงอก หรือกระดูกคอเคลื่อน จะไปกดเส้นประสาทรากที่ออกจากไขสันหลัง เรียกว่า "Cervical Radiculopathy"

• ที่ข้อมือ — มีอุโมงค์เล็กๆ ที่ข้อมือชื่อว่า "Carpal Tunnel" หรืออุโมงค์คาร์ปัล ภายในมีเส้นประสาทมีเดียน (Median Nerve) ผ่าน เมื่อพังผืดในอุโมงค์นี้หนาตัว หรือเอ็นบวม ก็จะไปกดเส้นประสาทมีเดียน เรียกว่า "Carpal Tunnel Syndrome (CTS)"

ทั้งสองภาวะ ทำให้เกิดอาการมือชาคล้ายกัน แต่กลไก ตำแหน่งที่กด และวิธีรักษา ต่างกันสิ้นเชิง

―――――――――――――――――――――――――――――――――

ทำไมต้องแยกให้ออก

เพราะการรักษาคนละแนวทาง

• CTS — รักษาเริ่มจากพักการใช้ ใส่ที่พยุงข้อมือ ฉีดยาเข้าข้อมือ หรือผ่าตัดเปิดอุโมงค์

• หมอนรองกระดูกคอเสื่อม — รักษาจากกายภาพบำบัด ปรับท่าทาง ฉีดยาที่คอ หรือผ่าตัดที่คอ

ถ้าวินิจฉัยผิด รักษาผิดที่ คนไข้ก็ไม่หายและเสียเงินเสียเวลาไปฟรีๆ

งานวิจัยขนาดใหญ่จากฐานข้อมูลผู้ป่วยกว่า 90 ล้านราย พบว่า คนที่เป็นโรคเส้นประสาทคอกดทับ มีโอกาสเป็น CTS ร่วมด้วยประมาณ 10% และในทางกลับกัน คนที่เป็น CTS ก็มีโอกาสมีปัญหาที่คอด้วยมากกว่าคนทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ [1] ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมการตรวจให้ครอบคลุมจึงสำคัญ

―――――――――――――――――――――――――――――――――

อาการที่ช่วยแยกแยะ — มือชาแบบไหน บอกอะไร

[1] อาการของ "พังผืดกดทับเส้นประสาทที่ข้อมือ" (CTS)

ตำแหน่งที่ชา จะอยู่เฉพาะ "ฝ่ามือด้านนิ้วโป้ง" คือนิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลาง และครึ่งของนิ้วนาง ส่วนนิ้วก้อยและฝั่งนิ้วก้อยจะไม่ชา เพราะเส้นประสาทมีเดียนไม่ได้ดูแลบริเวณนั้น [2,3]

ลักษณะอาการ

• ชามักเริ่มตอนกลางคืน ตื่นมาด้วยอาการชาจนต้องสะบัดมือ • ชาเมื่อทำงานที่ต้องงอข้อมือนานๆ เช่น ขับรถ ถือโทรศัพท์ ใช้คอมพิวเตอร์ • เมื่อเป็นมากขึ้น จะรู้สึกว่ามือไม่มีแรง ถือของเล็กๆ ไม่ถนัด เช่น หยิบเหรียญ ติดกระดุม • ในระยะรุนแรง กล้ามเนื้อบริเวณโคนนิ้วโป้งจะลีบลง

ปัจจัยเสี่ยง CTS

• เพศหญิง (พบบ่อยกว่าผู้ชาย 3-4 เท่า) • อายุ 40-60 ปี • ตั้งครรภ์ • โรคเบาหวาน โรคไทรอยด์ต่ำ โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ • น้ำหนักเกิน • อาชีพที่ต้องใช้ข้อมือซ้ำๆ เช่น พิมพ์งาน เย็บผ้า ใช้เครื่องมือสั่นสะเทือน [3]

[2] อาการของ "หมอนรองกระดูกคอเสื่อมกดทับเส้นประสาท" (Cervical Radiculopathy)

ตำแหน่งที่ชา จะกระจายตามแนวที่เรียกว่า "เดอร์มาโตม" ของรากประสาทแต่ละราก ทำให้ชาเป็นแนวยาวจากคอลงไปแขน ไม่ใช่แค่ที่มือ

ลักษณะอาการ

• ชาเป็นแนวจากคอ ไหล่ ต้นแขน ลงมาถึงมือ ขึ้นกับว่ารากประสาทเส้นไหนถูกกด • มักมีอาการปวดคอ หรือปวดร้าวจากคอลงมาแขนร่วมด้วย • อาการเป็นมากขึ้นเมื่อเงยคอ บิดคอ หรือไอจาม • อาการดีขึ้นเมื่อยกแขนขึ้นเหนือศีรษะ (เพราะลดความตึงของเส้นประสาทที่คอ) ซึ่งเป็นจุดสังเกตที่หมอจะถามคนไข้ [4] • อาจมีกล้ามเนื้อแขนอ่อนแรง รีเฟล็กซ์ลดลง

แยกง่ายๆ ตามระดับรากประสาทคอ

• ระดับ C5 — ชาที่ไหล่ ต้นแขนด้านนอก • ระดับ C6 — ชาที่นิ้วโป้ง นิ้วชี้ (คล้าย CTS แต่ปวดร้าวจากคอด้วย) • ระดับ C7 — ชาที่นิ้วกลาง • ระดับ C8 — ชาที่นิ้วนาง นิ้วก้อย

ปัจจัยเสี่ยง Cervical Radiculopathy

• อายุ 40-60 ปี (จากความเสื่อมตามวัย) • ใช้คออย่างหนัก เช่น ก้มเล่นมือถือ นั่งหน้าจอนาน • อุบัติเหตุที่คอในอดีต • ทำงานยกของหนัก

[3] อาการของ "Double Crush Syndrome" (เป็นทั้งสองอย่างพร้อมกัน)

เมื่อมีปัญหาทั้งที่คอและที่ข้อมือพร้อมกัน อาการจะซับซ้อนและซ้อนทับกัน อาจมีลักษณะดังนี้ [1,5]

• ชาทั้งมือ แต่ก็ปวดคอด้วย • ชาที่นิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลาง แต่ขับรถนาน หรือเงยคอแล้วชาเพิ่มขึ้น • รักษา CTS แล้วดีขึ้นบางส่วน แต่ยังเหลืออาการอยู่ • ตรวจไฟฟ้ากล้ามเนื้อพบความผิดปกติทั้งที่ข้อมือและที่ราก C6 หรือ C7

งานวิจัยที่ทำในผู้ป่วย CTS, Cervical Radiculopathy และกลุ่มที่เป็นทั้งสองอย่าง พบว่ากลุ่ม Double Crush มีอาการรุนแรงกว่า และมีความผิดปกติทางไฟฟ้ากล้ามเนื้อมากกว่าทั้งสองกลุ่มอย่างมีนัยสำคัญ [5]

―――――――――――――――――――――――――――――――――

การตรวจวินิจฉัย — หมอใช้อะไรช่วยแยก

[1] การซักประวัติและตรวจร่างกาย

นี่คือขั้นตอนสำคัญที่สุด และหลายครั้งแค่นี้ก็แยกได้แล้วครับ

สำหรับ CTS หมอจะใช้แบบประเมิน "CTS-6" ซึ่งเป็นเครื่องมือที่รวมการซักประวัติและตรวจร่างกายเข้าด้วยกัน หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ระดับสูงรองรับว่า CTS-6 ใช้วินิจฉัย CTS ได้แม่นยำเทียบเท่ากับการตรวจคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ และสามารถใช้แทนการตรวจอัลตราซาวด์หรือ EMG/NCV เป็นการตรวจประจำได้ [2]

สำหรับ Cervical Radiculopathy หมอจะทำ "Spurling Test" คือกดศีรษะเอียงไปด้านที่ปวด ถ้าทำให้อาการชาหรือปวดร้าวลงแขนชัดเจนขึ้น ถือว่าผลบวก งานทบทวนวรรณกรรมพบว่า Spurling test มีความไว 30-97% และความจำเพาะ 89-100% [4] หมายความว่าถ้าผลเป็นบวก โอกาสเป็นโรคนี้สูงมาก

[2] การตรวจไฟฟ้ากล้ามเนื้อ (EMG/NCV)

เป็นการตรวจวัดการนำกระแสไฟฟ้าของเส้นประสาท เพื่อยืนยันว่าเส้นประสาทถูกกดที่จุดไหน และระดับความรุนแรง การตรวจนี้สำคัญมากในกรณีที่สงสัย Double Crush Syndrome เพราะจะเห็นความผิดปกติทั้งที่ระดับข้อมือและที่ระดับรากคอพร้อมกัน [5]

[3] อัลตราซาวด์ข้อมือ

ปัจจุบันใช้กันมากในคลินิกของหมอเก่ง เพราะเห็นเส้นประสาทมีเดียนชัดเจน วัดขนาดเส้นประสาทได้ ดูพังผืดและเอ็นได้ทันที และที่สำคัญ ยังใช้นำทางในการฉีดยารักษา CTS ได้แม่นยำขึ้น

[4] MRI กระดูกคอ

ใช้เมื่อสงสัยว่ามีหมอนรองกระดูกคอกดทับเส้นประสาท จะเห็นชัดเจนว่ามีกระดูกงอก หมอนรองกระดูกปลิ้น หรือช่องไขสันหลังตีบที่ระดับไหน

[5] X-ray กระดูกคอ

ใช้ดูโครงสร้างกระดูก ความเสื่อม กระดูกงอก หรือการเรียงตัวผิดปกติ มักทำเป็นการตรวจเบื้องต้น

―――――――――――――――――――――――――――――――――

แนวทางการรักษา — รักษาตามสาเหตุ ไม่ใช่ตามอาการ

[1] การปรับพฤติกรรม

สำหรับ CTS หลีกเลี่ยงท่างอข้อมือนานๆ ใส่ที่พยุงข้อมือตอนนอน พักการใช้งานเป็นระยะ

สำหรับ Cervical Radiculopathy ปรับท่าทางการนั่ง ทำงานหน้าจอ ลดเวลาก้มเล่นมือถือ และยกหน้าจอให้อยู่ระดับสายตา

[2] กายภาพบำบัด

มีบทบาทสำคัญในทั้งสองโรค โดยเฉพาะ Cervical Radiculopathy ซึ่งกายภาพบำบัดสามารถลดความเจ็บปวดและฟื้นฟูช่วงการเคลื่อนไหวของคอได้ดี

[3] การใช้ยา

ยาแก้ปวด ยาลดอักเสบ ยาคลายกล้ามเนื้อ และในบางกรณีอาจใช้ยา Gabapentin หรือ Pregabalin สำหรับอาการชา

[4] Ultrasound-guided injection

นี่คือจุดเด่นของคลินิกหมอเก่ง การฉีดยาภายใต้การนำทางของอัลตราซาวด์ ทำให้ฉีดได้แม่นยำ ตรงจุด ลดอาการชาจาก CTS ได้ดี และสามารถฉีด Hydrodissection โดยใช้น้ำตาลกลูโคส 5% เพื่อแยกเส้นประสาทออกจากพังผืดที่กดทับ ซึ่งเป็นทางเลือกที่หลายคนตอบสนองดีโดยไม่ต้องผ่าตัด

สำหรับ Cervical Radiculopathy หมอเก่งใช้การฉีดยาสเตียรอยด์เข้าข้อต่อคอภายใต้อัลตราซาวด์ในกรณีที่อาการรุนแรง

[5] การผ่าตัด

สงวนไว้สำหรับกรณีที่รักษาแบบไม่ผ่าตัดไม่ได้ผล อาการรุนแรง หรือมีกล้ามเนื้ออ่อนแรงชัดเจน สำหรับ CTS การผ่าตัดเปิดอุโมงค์ที่ข้อมือเป็นการรักษาที่ได้ผลและมีหลักฐานสนับสนุนชัดเจน

ในกรณี Double Crush Syndrome การตัดสินใจผ่าตัดต้องคุยกันละเอียด ส่วนใหญ่หมอจะแนะนำให้รักษาจุดที่อาการเด่นที่สุดก่อน แล้วประเมินผลซ้ำ ก่อนพิจารณารักษาอีกจุดหนึ่ง [1]

―――――――――――――――――――――――――――――――――

พยากรณ์โรค — หายได้ไหม

CTS — ถ้าจับได้เร็ว รักษาตั้งแต่ระยะแรก ส่วนใหญ่หายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด การฉีดยาภายใต้อัลตราซาวด์ให้ผลดีในกลุ่มที่เป็นน้อยถึงปานกลาง สำหรับกรณีรุนแรง การผ่าตัดให้ผลลัพธ์ดีและมั่นคงในระยะยาว [2]

Cervical Radiculopathy — ประมาณ 75-90% หายเองได้ภายใน 4-6 เดือน ด้วยการรักษาแบบประคับประคอง ส่วนน้อยที่ต้องผ่าตัด

Double Crush Syndrome — พยากรณ์ขึ้นกับว่าจับได้เร็วแค่ไหน และรักษาครบทั้งสองจุดหรือไม่ ถ้ารักษาเฉพาะที่หนึ่ง อาการจะดีขึ้นเพียงบางส่วน

―――――――――――――――――――――――――――――――――

ภาวะแทรกซ้อน ถ้าไม่รักษา

• กล้ามเนื้อมือลีบ (โดยเฉพาะ CTS ระยะรุนแรง) • สูญเสียความรู้สึกถาวร • แขนอ่อนแรง ทำงานไม่ได้ • คุณภาพชีวิตแย่ลง นอนไม่หลับเรื้อรัง

―――――――――――――――――――――――――――――――――

วิธีป้องกัน

[1] พักการใช้มือและข้อมือเป็นระยะ ทุก 1 ชั่วโมงของการพิมพ์งานหรือทำงานหนัก

[2] ปรับท่าทางการนั่ง คอตั้งตรง หน้าจออยู่ระดับสายตา ข้อมือไม่งอเกินไป

[3] ออกกำลังกายยืดเส้นประสาทและกล้ามเนื้อคอ ไหล่ ปลายแขนเป็นประจำ

[4] ควบคุมน้ำหนักและรักษาโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ไทรอยด์

[5] หลีกเลี่ยงการก้มเล่นมือถือนานๆ ใช้ที่วางคอหรือยกหน้าจอให้สูงขึ้น

―――――――――――――――――――――――――――――――――

คำถามที่พบบ่อย

ถาม : ชามือกลางคืนตื่นมาต้องสะบัดมือ เป็น CTS แน่ใช่ไหม?

ตอบ : ความน่าจะเป็นสูงมากครับ การชาตอนกลางคืนและสะบัดมือแล้วดีขึ้นเป็นอาการคลาสสิกของ CTS แต่ก็ต้องแยกจาก Cervical Radiculopathy ระดับ C6 ที่ชาบริเวณคล้ายกัน ควรพบแพทย์ตรวจให้แน่ใจ

ถาม : ทำไมรักษา CTS แล้วยังชาอยู่บางส่วน?

ตอบ : เป็นไปได้หลายอย่าง อาจรุนแรงเกินกว่าจะหายสนิท อาจมีปัญหาที่คอร่วมด้วย (Double Crush) หรืออาจมีปัญหาที่ตำแหน่งอื่นที่ยังไม่ได้รักษา ควรกลับไปประเมินซ้ำ

ถาม : Spurling test ทำเองที่บ้านได้ไหม?

ตอบ : ไม่แนะนำให้ทำเอง เพราะอาจกระตุ้นอาการรุนแรงขึ้น ควรให้แพทย์ทำในคลินิก

ถาม : ฉีดยาที่ข้อมือกี่ครั้งถึงหาย?

ตอบ : ขึ้นกับความรุนแรงและการตอบสนอง บางคนฉีดครั้งเดียวดีขึ้นนาน บางคนต้องฉีดซ้ำ ถ้าฉีดเกิน 2-3 ครั้งแล้วไม่ดีขึ้นถาวร อาจต้องพิจารณาการผ่าตัด

ถาม : Double Crush Syndrome ต้องผ่าตัดทั้งสองที่เลยไหม?

ตอบ : ไม่จำเป็นเสมอไป ส่วนใหญ่จะเริ่มจากรักษาที่ที่อาการเด่นก่อน ประเมินผล แล้วค่อยตัดสินใจรักษาอีกที่ ถ้ารักษาแบบไม่ผ่าตัดได้ผล ก็ไม่ต้องผ่า

―――――――――――――――――――――――――――――――――

สรุป — Key Takeaway

[1] มือชา ไม่ใช่แค่ "เมื่อย" — เป็นสัญญาณว่าเส้นประสาทกำลังมีปัญหาบางอย่าง

[2] CTS ชาเฉพาะนิ้วโป้ง ชี้ กลาง ตื่นกลางดึก สะบัดมือแล้วดีขึ้น

[3] Cervical Radiculopathy ชาเป็นแนวจากคอลงแขน เงยคอแล้วเป็นมากขึ้น ยกแขนแล้วดีขึ้น

[4] Double Crush Syndrome เป็นทั้งสองอย่างพร้อมกัน พบประมาณ 10% ของคนที่เป็นโรคคอ

[5] การวินิจฉัยที่ถูกต้องตั้งแต่แรก คือจุดเริ่มต้นของการรักษาที่ได้ผลและไม่เสียเวลาผ่าตัดผิดที่

―――――――――――――――――――――――――――――――――

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สอบถามปัญหากระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ Line OA: @doctorkeng | โทร 081-530-3666

"เราเชื่อว่า ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง"

―――――――――――――――――――――――――――――――――

#มือชา #หมอนรองกระดูกคอเสื่อม #พังผืดกดทับเส้นประสาท #CarpalTunnelSyndrome #ปวดคอ #ชานิ้วมือ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ธนินนิตย์คลินิก #รักษาปวดไม่ผ่าตัด #UltrasoundGuidedInjection #CarpalTunnel #CervicalRadiculopathy #DoubleCrushSyndrome #HandNumbness #OrthopedicCare

―――――――――――――――――――――――――――――――――

เอกสารอ้างอิง

[1] Kane PM, Daniels AH, Akelman E. Double crush syndrome. J Am Acad Orthop Surg. 2015;23(9):558-62. doi:10.5435/JAAOS-D-14-00176

[2] American Academy of Orthopaedic Surgeons. Management of Carpal Tunnel Syndrome: Evidence-Based Clinical Practice Guideline [Internet]. Rosemont (IL): AAOS; 2024 [cited 2026 May 22]. Available from: https://www.aaos.org/quality/quality-programs/upper-extremity-programs/carpal-tunnel-syndrome/

[3] Genova A, Dix O, Saefan A, Thakur M, Hassan A. Carpal tunnel syndrome: a review of literature. Cureus. 2020;12(3):e7333. doi:10.7759/cureus.7333

[4] Thoomes EJ, van Geest S, van der Windt DA, Falla D, Verhagen AP, Koes BW, et al. Value of physical tests in diagnosing cervical radiculopathy: a systematic review. Spine J. 2018;18(1):179-89. doi:10.1016/j.spinee.2017.08.241

[5] Lo SF, Chou LW, Meng NH, Chen FF, Juan TT, Ho WC, et al. Clinical characteristics and electrodiagnostic features in patients with carpal tunnel syndrome, double crush syndrome, and cervical radiculopathy. Rheumatol Int. 2012;32(5):1257-63. doi:10.1007/s00296-010-1746-1

Comments

Popular posts from this blog

มือชา มือปวด ตื่นกลางดึกเพราะชามือ อย่าปล่อยทิ้งไว้ มีวิธีรักษาแบบใหม่ ไม่ต้องผ่าตัด!

ตื่นมามือชา! ต้องสะบัดมือถึงจะหาย... สัญญาณเตือนภัย "พังผืดทับเส้นประสาท" เช็ก 5 พฤติกรรมเสี่ยง ที่คุณอาจทำร้ายข้อมือโดยไม่รู้ตัว

ชามือเหมือนไฟช็อต... แค่พังผืดทับเส้นประสาท หรือสัญญาณเตือนที่ต้องรีบแก้?